วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การ ทำโบท๊อก

การทำ BOTOX (โบท็อกซ์)
            
BOTOX  คืออะไร
BOTOX เป็นโปรตีนสกัดจากแบคทีเรียที่ชื่อ Clostridium Botulinum มาทำให้บริสุทธิ์โดยออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ และเป็น Botulinum Toxin เพียงชนิดเดียวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ในการ Cosmetic เพื่อลบริ้วรอยและรอยย่นบนใบหน้า

BOTOX ออกฤทธิ์อย่างไร
รอยย่นเกิดขึ้นจากการที่ใบหน้าต้องแสดงอาการณ์ต่างๆ กัน  BOTOX จะช่วยคลายกล้ามเนื้อเล็กๆ บนใบหน้า ที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าอารมณ์ต่างๆ ทำให้ผิวหนังด้านบนของกล้ามเนื้อเหล่านั้นเรียบและย่นลดลงเมื่อกล้ามเนื้อ คลายตัว คุณก็ไม่สามารถเกร็งกล้ามเนื้อนั้น เพื่อทำให้เกิดรอยย่นที่ไม่ต้องการได้อีกต่อไป ดังนั้นริ้วรอยต่างๆ จะค่อยๆเรียบขึ้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ๆขึ้นอีก
BOTOX  ออก ฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่ฉีดเท่านั้นไม่มีผลกับกล้ามเนื้ออื่นที่ใช้สำหรับการ แสดงสีหน้า ไม่ทำให้คุณหน้าตายเหมือนไร้ความรู้สึก คุณยังแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
         

การรักษาด้วย BOTOX ที่มาใช้เพิ่มเติม
            -ลดขนาดของกล้ามเนื้อในบริเวณมุมกรามทำให้หน้าเรียวขึ้น
            -ลดนาดกล้ามเนื้อน่องทำให้ขนาดน่องดูเล็กลง
-ใช้ลดกลิ่นตัวบริเวณรักแร้
-ใช้ลดเหงื่อที่ออกตามมือ
-ใช้ยกหน้า / ปรับรูปตัว

BOTOX  ใช้กับผู้ชายได้หรือไม่ ?
BOTOX  ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  โดยเฉพาะหมู่นักธุรกิจเนื่องจากประสิทธิภาพในการลบริ้วรอย ลดความเครียด ทำให้ใบหน้าดูแจ่มใสและอ่อนวัย

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทำไมถึงต้องทำศัลยกรรม ???

นเราเกิดมา ไม่ได้ดีพร้อมและมีพอทุกอย่างใบหน้าถือเป็นสิง่สำคัญในการดำรงชีวิตและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขนั้นอาจได้มาไม่พอ จากที่ธรรมชาติให้มา

ปัจจุบัน ศัลยกรรมเป็นสิ่งที่วัยรุ่นไทยมีความสนใจมากที่สุด เหมือนกับตัวผมเองก็สนใจเป็นอย่างมากจึงได้จัดทำบล๊อกนี้ขึ้นมาเพราะมีความชอบและสนใจอยู่แล้ว โดยที่ผมก็ได้ทำจมูก ก่อนเป็นอย่างแรก
จากเดิมจมูกก็โด่งอยู่แล้วแต่ก็อยากทำ อาจเป็นด้วยเพราะกระแสนิยม และอยากให้ตัวเองดูดีจากเดิม......

หลังจากที่ทำแล้ว 90%  บอกว่าดูดีขึ้นและอยากทำตาม อีก 10% บอกว่าหน้าเดิม ยังดูดีกว่าอีก
ซึ่งตัวผมเองแล้ว ผมว่า หลังจากที่ทำยังดูดีกว่าอีกเยอะ ผมเชื่ออย่างนั้น และเมือผมทำไปแล้ว มันก็เหมือนสิ่งเสพติด อยากทำโน้นนี่ ตามมาอีก และตอนนี้ ผม ก็ได้ทำคาง และฉีดหน้า(โบทอก) ฉีดให้หน้าเล็กลงเพราะผม เป็นคนหน้าบาน หลังจากที่ทำ.......ผม รู้สึกดีกับมัน 

       ถึงหลายคน จะบอกว่า ไม่ดี หรือว่า ยังไงก็ตาม  ผม มีความสุขกับมัน *-*

               และผมก็ไม่อาย ที่ใครๆ จะเรียก และมองผมว่า หน้าพลาสติก

หลายคนมองว่า ผู้ ชาย ไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมคนทำส่วนมากไม่แมน ไม่ใช่ชายแท้
                          ถ้าคุณ ยังคิดยังนี้อยู่ คุณหัวโบราณมาก !!!!!!!!!!

เพราะยุค ปัจจุบัน...มันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าทำแล้วดูดีจากเดิมก็ไม่เสียหาย เห็นได้จาก ดารา หรือ คนเกาหลี ซึ่ง เกือบ 85% ของผู้ชาย ล้วนทำศัลยกรรม กันทั้งนั้น

 เพราะยุคปัจจุบันศัลยกรรม เป็นเรื่องปกติทั่วไป   ไปแล้ว 


อดีตก่อนยังไม่ได้ทำ
                                                                       
 


                                       


                                      ปัจจุบันหลังทำ


                        







 

           หากคุณคิดที่จะทำ คุณ ก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมา 
                                      ไม่ว่าจะดี หรือร้าย  ...
..
..

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ผู้ชายก็ทำศัลยกรรมได้

ประวัติ(นิดๆๆ)
ชื่อ Chan Than San
ชื่อเล่น Fung
เกิดเมื่อ 31 พฤษภาคม 1988
อาชีพ นายแบบ








จากผู้ชายที่เขาเล่าว่าเพื่อนเรียกเขาว่าทุเรศ หมาขี้เรื้อน จนเขาก็ทนกับใบหน้าตนเองไม่ได้ หลังจากเขาทำศัลยกรรมแล้ว ......เขาทำจมูก คาง กรีดตาสองชั้น สรุปทั้งหน้าด้วยฝีมือหมอที่เวียดนาม เริ่มทำศัลยกรรมตั้งแต่อายุ 15 เขาเสียค่าทำ 60 ล้านดอง ประมาณแสนกว่าบาท โดยได้รับอนุญาติจากพ่อแม่ ซึ่งสนับสนุนเขาด้วยดี แต่ต้องรู้จักดูแลตนเองให้มาก เป็นสิ่งที่พ่อแม่ขอไว้









วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัลยกรรมใบหน้าทำอะไรได้บ้าง ?

 

เสริมคาง

เสริมคาง (Chin augmentation)

ใบหน้าของคนเราหากจะแบ่งสัดส่วนจากบนลงล่าง เราจะแบ่งได้ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ หน้าผาก (หรือเหนือเบ้าตา) ส่วนกลางใบหน้า (ซึ่งประกอบด้วย จมูก กระบอกตา กรามบน) และส่วนล่าง (อันประกอบด้วย ริมฝีปาก กราม คาง) โดยสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจึงจะรวมกันเป็นโครงร่างของใบหน้าที่ดูสวยงามได้ สมดุล

การเสริมคาง มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้คางที่เล็ก หรือคางที่ถดถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้มีส่วนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น แต่ทั้งนี้เมื่อคุณคิดจะเสริมคาง
ควรเสริมด้วยแท่งซิลิโคน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้มาตรฐานที่สุด



ตกแต่งตา 2 ชั้น


ตกแต่งตา 2 ชั้น (Upper blepharoplasty)

ผู้ที่มีตาชั้นเดียว จะแตกต่างกับตา2 ชั้น คือ ไม่มีเยื่อพังผืดขึงยึดจากส่วนของกล้ามเนื้อลืมตากับผิวหนัง ทำให้เวลาลืมตาไม่สามารถดึงให้เป็น 2 ชั้น นอกจากนี้ผู้มี ตาชั้นเดียว มักจะมี ไขมันในส่วนของหนังตาบนมากกว่า ทำให้หนังตาดูอูม ซึ่งนอกจากต้องผ่าตัดทำชั้นแล้ว ยังจะต้องเอาไขมันออกด้วยนอกจากนี้ยังมีการทำตาสองชั้นที่แผลหายภายใน 24 ชั่วโมง แต่วิธีนี้เป็นการผ่าตัดโดยวิธีร้อยไหมอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ไหมที่ร้อยไว้หลุดได้ง่าย หรือบางครั้งจะเป็นจุดบุ๋มอยู่ช่วงหนึ่ง จึงไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติ แต่มีข้อดีคือ มีอาการบวมไม่มากนัก เพราะเย็บเป็นจุดที่เปลือกตาเท่านั้น



การเหลากราม
การ ศัลยกรรม เหลากราม ที่มักจะเรียก การผ่าตัดเพื่อแก้ไข ลักษณะ กรามกาง หรือมี สันกรามใหญ่ โดยแท้จริง เป็นการศัลยกรรม ที่ตัดเฉพาะส่วนของ มุมกราม เท่านั้น จึงควรเรียกว่า ศัลยกรรมตัดกระดูกมุมกราม ( mandible angle reduction )
ศัลยกรรมตัดมุมกราม จะทำผ่านแผลในปากเพื่อไม่ให้มีแผลภายนอก การทำจะต้องใช้การดมยาสลบ และพักฟื้นใน รพ.หลังทำ 1 วัน เวลาในการ ผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย 65,000 - 75,000 บาทเทคนิกที่หมอใช้ เป็นเทคนิกที่ทำทั้งการตัดและเหลามุมกรามร่วมกันอยู่แล้ว
การตัดหรือลดขนาดมุมกราม จะทำให้ในรายที่มีปัญหามุมกรามกางหรือใหญ่ และไม่มีปัญหาการสบฟัน หลังการแก้ไข ผลที่ได้จะช่วยทำให้รูปหน้าที่เป็นเหลี่ยมจากมุมกราม ดูกลมกลืนและเรียวขึ้น
การตัดกรามนั้นจำเป็นต้องทำร่วมกับการดมยา สลบ เนื่องจากจะต้องมีการใช้เครื่องมือซึ่งเป็นเลื่อยอันเล็ก ๆ สอดเข้าไปตัดที่มุมกราม โดยทั่วไปแล้วจะสามารถเข้าไปตัดกระดูกได้โดยการผ่าตัดได้สองทางด้วยกันคือ
1. การผ่าตัดจากภายนอกช่องปาก
2. การผ่าตัดจากภายในช่องปาก



การทุบโหนกแก้ม

การศัลยกรรมเพื่อที่จะลดขนาดโหนกแก้มนั้นสามารถทำได้ ด้วยวิธีการดังนี้
1. การกรอกระดูก เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่ยุ่งยาก โอกาสมีปัญหาน้อย แต่เนื่องจากกระดูกโหนกแก้มจะมีความหนาไม่มาก ไม่เกิน ครึ่งเซนติเมตร การกรอจะลดขนาดได้น้อยมาก ถ้ากรอลึกกว่าความหนากระดูกจะเข้าโพรงไซนัส ดังนั้นผลสุดท้ายแทบไม่ได้เห็นมีความแตกต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำ ยกเว้นในรายที่กระดูกโตจากเนื้องอกของกระดูกโหนกแก้มซึ่งจะมีความหนามาก หมอจะใช้วิธีการกรอซึ่งจะได้ผลในการลดขนาดค่ะ
2. การตัดกระดูกโหนกแก้มและเลื่อน เป็นการผ่าตัดที่ใหญ่"มาก" และซับซ้อน ก่อนทำจำเป็นต้องมีการตรวจกระดูกใบหน้าด้วยการ x-ray แล้ววัดค่าความยาว ความกว้าง มุมต่างๆ วางแผนโดยละเอียด รวมถึงในระหว่างทำศัลยกรรมด้วย
เนื่องจากเป็นการผ่าตัด ที่ใหญ่มาก และซับซ้อน และมีโอกาส ที่จะมีผลที่ไม่พึงประสงค์จากการผ่าตัดได้ค่อนข้างมาก
ดัง นั้นการทำศัลยกรรมชนิดนี้ หมอจะใช้เฉพาะแก้ไขในรายที่มีปัญหาจากอุบัติเหตุหรือเด็กที่เป็นแต่กำเนิด ที่ลักษณะโหนกแก้มมีการผิดรูปมากเท่านั้น


เสริมจมูก

การเสริมจมูก (Rhinoplasty)

การเสริมจมูก เป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูก ให้มีรูปร่างที่สวยงาม สูงขึ้น และรับกับใบหน้าหรือทำให้โหงวเฮ้งดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกแบนและต้องการเสริมจมูกในแนวกลางจมูก นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาดั้งจมูกคด เบี้ยว จากอุบัติเหตุ หรือพิการแต่กำเนิด หรือสันจมูกงุ้มคล้ายแม่มด ทำให้การหายใจไม่สะดวก ทำให้บุคลิกภาพดีขึ้นได้



ตกแต่งริมฝีปากบาง

ตกแต่งริมฝีปาก (Lip surgery)

ตกแต่งริมฝีปากเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขริมฝีปากที่หนาผิดปกติให้บางลง นิยมทำในผู้ที่มีริมฝีปากหนามาก หรือยื่นมากผิดปกติ โดยทั่วไป การทำริมฝีปากหนาให้บางลงนั้นสามารถทำได้ โดยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้ยาชาเฉพาะที่แล้วใช้ Laser ตัดส่วนเกินออก หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บโดยใช้ไหมละลายในชั้นในและเย็บปิดแผลด้วยไหมตัดด้านนอก เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย ทายาหรือวาสลีนตามแพทย์สั่งตลอดไม่ให้ริมฝีปากแห้งเพราะจะทำให้เจ็บมากกว่าปกติแล้วยังทำให้ตัดไหมยากอีกด้วย  แพทย์จะนัดตัดไหม 5-7วันหลังผ่าตัด  หลังผ่าตัดแผลจะบวมมากประมาณ 1 อาทิตย์  แล้วจะค่อยๆยุบบวมและหายเป็นปกติไม่เกิน 2 เดือน 

                                               อ้างอิงจาก http://www.dek-d.com/





ศัลยกรรม เปลี่ยนชีวิต!!!!!!!!~

ปัจจุบันศัลยกรรมเป็นสิ่ง เทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิงซึ่งอาจด้วยเหตุผลที่ว่าเห็นคนอื่นทำให้ดูดีขึ้นจึงทำให้เกิดแรงผลัดดันให้อยากทำกัน






                  หลังทำ                                                          ก่อนทำ




                                                  อ้างอิงจาก http://www.Dek-D.com/







โค้ดเพลงHi5 ผลบอล วิเคราะห์บอล ฟังเพลง Walking Away